การเลือก ชุดแม่เจ้าสาว ไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “สีอะไรสวย” เพียงอย่างเดียว แต่ควรดูพร้อมกันทั้งรูปแบบพิธี ระดับความเป็นทางการ เวลา สถานที่ และชุดของคู่บ่าวสาว เพราะคุณแม่เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่อยู่ในภาพครอบครัวตลอดวัน ชุดจึงควรดูเหมาะกับงานโดยที่ผู้สวมใส่ยังเคลื่อนไหวและอยู่ในชุดนั้นได้อย่างสบาย
ส่วน ชุดแม่เจ้าบ่าว ไม่จำเป็นต้องเหมือนหรือใช้สีเดียวกับฝ่ายเจ้าสาว สิ่งที่ควรทำให้สัมพันธ์กันคือระดับความเป็นทางการและโทนโดยรวม เพื่อให้เมื่อต้องยืนถ่ายภาพครอบครัวร่วมกันแล้วไม่มีฝ่ายใดดูเป็นทางการหรือโดดออกจากกลุ่มมากเกินไป แนวทางการแต่งกายสำหรับคุณแม่ในงานแต่งโดยทั่วไปก็ให้ความสำคัญกับ Dress Code สถานที่ ฤดูกาล และช่วงเวลาของงานมากกว่าการกำหนดชุดรูปแบบเดียวตายตัว
เลือกระดับความเป็นทางการก่อนเลือกแบบชุด
วิธีตัดตัวเลือกที่ง่ายที่สุดคือดูว่า “งานนี้แต่งตัวระดับไหน”
งานเลี้ยงช่วงค่ำในโรงแรมที่กำหนด Formal หรือ Black Tie สามารถเลือกเดรสยาวหรือชุดที่มีโครงสร้างชัดและรายละเอียดประณีตขึ้นได้ ขณะที่งานกลางวัน งานในสวน หรืองานขนาดเล็กที่บรรยากาศผ่อนคลาย อาจใช้เดรสยาวเรียบ เดรสระดับเข่า–น่อง หรือชุดแยกชิ้นที่ยังคงความสุภาพ
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือการเลือกจากคำว่า “ชุดแม่เจ้าสาว” บนหน้าร้านเพียงอย่างเดียว เพราะชุด Evening Dress, Formal Dress, Midi Dress หรือชุดสูทผู้หญิงบางแบบก็สามารถใช้ได้ หากระดับความเป็นทางการตรงกับงาน

5 รูปแบบชุดที่นำไปปรับใช้กับงานแต่งได้
เดรสยาวสำหรับงาน Formal
เหมาะกับงานเลี้ยงเย็น งานโรงแรม หรือพิธีที่มี Dress Code ค่อนข้างเป็นทางการ จุดสำคัญไม่ใช่ความอลังการ แต่คือความยาวและรายละเอียดของชุดที่สัมพันธ์กับบรรยากาศ
หากชุดมีงานปัก ลูกไม้ เลื่อม หรือพื้นผิวเด่นอยู่แล้ว เครื่องประดับสามารถลดลงเพื่อไม่ให้รายละเอียดแข่งขันกันมากเกินไป
เดรส Midi หรือ Tea Length สำหรับงานกลางวัน
ความยาวประมาณใต้เข่าถึงกลางน่องเหมาะกับงานที่ไม่ต้องการความเป็นพิธีการเท่า Evening Gown และเดินสะดวกกว่าในหลายสถานที่
เป็นอีกทางเลือกสำหรับคุณแม่ที่ไม่คุ้นเคยกับเดรสลากพื้น หรือมีกิจกรรมระหว่างวันหลายช่วง เช่น พิธีเช้า รับแขก ถ่ายภาพ และร่วมงานเลี้ยงต่อเนื่อง
ชุดไทยหรือไทยประยุกต์สำหรับพิธีเช้า
หากพิธีช่วงเช้ามีองค์ประกอบของพิธีแต่งงานไทย เช่น ขบวนขันหมาก สวมแหวน หรือรับไหว้ สามารถเลือกชุดไทยหรือชุดไทยประยุกต์ให้สัมพันธ์กับรูปแบบพิธีได้
ไม่จำเป็นต้องกำหนดว่าคุณแม่ทั้งสองฝ่ายต้องใส่แบบเดียวกัน แต่ควรคุยเรื่องระดับความเป็นทางการและกลุ่มสีก่อน เพื่อให้ภาพครอบครัวดูต่อเนื่องกัน
เดรสพร้อมเสื้อคลุมสำหรับคนที่ต้องการปรับลุคระหว่างวัน
การใช้เดรสคู่กับแจ็กเก็ต เสื้อคลุม หรือผ้าคลุมช่วยให้ปรับลุคระหว่างพิธีและงานเลี้ยงได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนชุดใหม่ทั้งหมด
วิธีนี้ยังเหมาะกับสถานที่ที่มีทั้งพื้นที่ในอาคารและกลางแจ้ง ซึ่งอุณหภูมิระหว่างแต่ละช่วงอาจแตกต่างกัน
Pantsuit หรือ Jumpsuit สำหรับลุคร่วมสมัย
คุณแม่ไม่จำเป็นต้องสวมเดรสเสมอไป ชุดสูทผู้หญิงหรือ Jumpsuit ที่ตัดเย็บในระดับ Formal ก็เป็นตัวเลือกได้ โดยเฉพาะผู้ที่รู้สึกมั่นใจและเคลื่อนไหวสะดวกกว่าเมื่อสวมกางเกง ปัจจุบันคำแนะนำด้านชุดคุณแม่ในงานแต่งก็ครอบคลุมทั้งเดรส ชุดสูท และ Jumpsuit มากขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะ Evening Gown แบบเดิม

เลือกสีอย่างไรโดยไม่ต้องแต่งเหมือนเพื่อนเจ้าสาว
ชุดของคุณแม่ไม่จำเป็นต้องใช้สีเดียวกับเพื่อนเจ้าสาว และคุณแม่ทั้งสองฝ่ายก็ไม่จำเป็นต้องใส่สีเดียวกัน
วิธีที่ใช้ง่ายกว่าคือให้คู่บ่าวสาวกำหนด “กลุ่มสีที่ไปด้วยกันได้” พร้อมสีที่ต้องการหลีกเลี่ยง เช่น ถ้าเพื่อนเจ้าสาวใช้ Dusty Pink คุณแม่อาจเลือก Mauve, Rose Brown หรือสีในกลุ่มเดียวกันที่เข้มหรืออ่อนกว่า แทนการหาชุดเฉดเดียวกันเป๊ะ
ถ้าคู่บ่าวสาวไม่ได้กำหนดสีสำหรับครอบครัว สามารถเริ่มจากสีที่ผู้สวมใส่ชอบและเหมาะกับตัวเอง แล้วนำไปเทียบกับชุดของอีกฝ่ายก่อนตัดสินใจ
แนวทางร่วมสมัยไม่ได้กำหนดว่าชุดแม่เจ้าสาวและแม่เจ้าบ่าวต้อง Matching กัน เพียงแต่การคุยกันก่อนช่วยลดโอกาสที่ชุดจะมีสี รูปแบบ หรือระดับความเป็นทางการใกล้กันจนเกินไป หรือแตกต่างกันมากเมื่อถ่ายภาพร่วมกัน
อย่าดูแต่ด้านหน้า ต้องลองชุดในท่าที่ใช้จริง
ชุดที่ดูสวยตอนยืนหน้ากระจกอาจไม่ใช่ชุดที่สบายตลอดงาน เพราะคุณแม่ไม่ได้ยืนอยู่กับที่ตลอดวัน
ตอนลอง ชุดไปงานแต่ง ควรทดลองนั่งบนเก้าอี้ เดินขึ้นลงบันได ยกแขน ก้มตัว และเดินด้วยรองเท้าที่ใกล้เคียงกับคู่ที่จะใช้จริง พร้อมเช็กว่าชายชุดไม่ยาวจนต้องคอยจับตลอดเวลา
รายละเอียดที่ควรสังเกตมี 5 เรื่อง ได้แก่ ความกระชับบริเวณแขนและไหล่ ระดับคอเสื้อ ความยาวชายชุด น้ำหนักของผ้า และตำแหน่งซิปหรือตะขอ หากต้องอยู่ในชุดหลายชั่วโมง ความสบายและการเคลื่อนไหวควรมีน้ำหนักในการตัดสินใจพอ ๆ กับรูปลักษณ์
งานกลางวันกับงานกลางคืนไม่จำเป็นต้องเลือกชุดเหมือนกัน
ช่วงเวลามีผลทั้งต่อวัสดุและรายละเอียดของชุด
งานกลางวันที่มีแสงธรรมชาติมากสามารถใช้เนื้อผ้าและรายละเอียดที่ดูเบาขึ้นได้ ขณะที่งานเลี้ยงเย็นสามารถเพิ่มความเงา งานปัก หรืองานตกแต่งที่เห็นชัดภายใต้แสงไฟได้
สำหรับงานกลางแจ้ง ควรคิดถึงพื้นทางเดินร่วมด้วย รองเท้าส้นเล็กมากอาจจมในสนามหญ้า ส่วนกระโปรงที่ยาวลากพื้นอาจดูแลยากเมื่อเดินผ่านพื้นที่สวน การเลือกชุดและรองเท้าจึงควรดูสถานที่จริง ไม่ใช่แยกตัดสินใจจากกัน
แม่เจ้าสาวกับแม่เจ้าบ่าวควรคุยเรื่องอะไรบ้าง
ไม่จำเป็นต้องนัดซื้อชุดพร้อมกัน แต่การแลกข้อมูลก่อนช่วยให้เลือกง่ายขึ้น โดยเฉพาะ 3 เรื่อง คือ สี ความยาว และระดับความเป็นทางการ
ตัวอย่างเช่น หากคุณแม่ฝ่ายหนึ่งเลือกเดรสยาวเรียบสี Navy อีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องใช้ Navy ตาม แต่อาจเลือกเดรสยาวในกลุ่มสี Dusty Blue, Plum หรือสีอื่นที่คู่บ่าวสาวเห็นว่าเหมาะกับ Palette ของงาน
ส่วนธรรมเนียมที่ให้แม่เจ้าสาวเลือกชุดก่อนแม่เจ้าบ่าวยังพบในคำแนะนำงานแต่งบางแหล่ง แต่ไม่ใช่กฎที่คู่บ่าวสาวทุกคู่ต้องทำตาม การพูดคุยให้ทั้งสองฝ่ายสบายใจกับชุดของตัวเองจึงมีประโยชน์กว่าการยึดลำดับดังกล่าวเป็นข้อบังคับ

ถ้าเป็นงานแต่งในสวน ให้มองชุดพร้อมกับพื้นที่จริง
งานในสวนมีฉากหลังจากต้นไม้ สนามหญ้า แสงธรรมชาติ และพื้นทางเดินอยู่แล้ว ชุดของคุณแม่จึงไม่จำเป็นต้องเพิ่มรายละเอียดจำนวนมากเพื่อให้โดดเด่น
สีที่เลือกควรดูทั้งเมื่ออยู่ใกล้คู่บ่าวสาวและเมื่อยืนกลางพื้นที่จัดงาน ส่วนความยาวของกระโปรง รองเท้า และผ้าที่ใช้ควรสัมพันธ์กับการเดินระหว่างแต่ละโซน
สำหรับงานที่ Tango Woods Studio การดูบริเวณพิธีและจุดถ่ายภาพจริงควบคู่กับภาพชุดแม่เจ้าสาวและแม่เจ้าบ่าว ช่วยให้เห็นได้ง่ายขึ้นว่าโทนสี ความยาว และระดับความเป็นทางการของชุดเข้ากับบรรยากาศงานหรือไม่ โดยไม่ต้องกำหนดให้ทั้งครอบครัวแต่งตัวเหมือนกัน
ก่อนตัดสินใจซื้อ ลองเช็ก 6 จุดนี้
Dress Code ของงานตรงกับชุดหรือไม่
สีอยู่ในกลุ่มที่คู่บ่าวสาวตกลงไว้หรือไม่
เมื่อนั่งและเดินแล้วชุดยังสบาย
ความยาวเหมาะกับสถานที่และรองเท้า
รายละเอียดไม่ใกล้เคียงชุดเจ้าสาวจนเกินไป
ชุดแม่เจ้าสาวและชุดแม่เจ้าบ่าวอยู่ในระดับความเป็นทางการใกล้เคียงกัน
หากผ่านทั้งเรื่องภาพลักษณ์และการใช้งานจริง ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปตามเทรนด์เพียงเพราะชุดที่เลือกไม่ได้ถูกจัดอยู่ในหมวด “Mother of the Bride” โดยตรง
เรื่องที่มักลังเลก่อนเลือกชุดคุณแม่
Q: แม่เจ้าสาวใส่สีเดียวกับเพื่อนเจ้าสาวได้ไหม?
A: ได้ หากคู่บ่าวสาวต้องการให้ภาพรวมใช้ Palette เดียวกัน แต่ไม่จำเป็นต้องใช้เฉดเดียวกันทั้งหมด การเลือกสีใกล้เคียงแต่ต่างระดับช่วยให้คุณแม่ยังมีลุคของตัวเอง
Q: แม่เจ้าสาวกับแม่เจ้าบ่าวใส่ชุดสีเดียวกันได้หรือไม่?
A: ได้หากทั้งสองฝ่ายตกลงกัน แต่ควรแยกความแตกต่างด้วยทรงชุด เนื้อผ้า หรือเครื่องประดับ เพื่อไม่ให้ดูเหมือนตั้งใจแต่งชุดคู่โดยไม่จำเป็น
Q: คุณแม่จำเป็นต้องใส่เดรสยาวในงานแต่งหรือไม่?
A: ไม่จำเป็น ต้องดู Dress Code และสถานที่เป็นหลัก งาน Formal อาจเหมาะกับเดรสยาวมากกว่า ส่วนงาน Semi-formal หรืองานกลางวันสามารถเลือก Midi Dress ชุดสูท หรือรูปแบบอื่นที่มีความสุภาพในระดับเดียวกับงานได้
Q: ควรหลีกเลี่ยงชุดสีขาวสำหรับคุณแม่หรือไม่?
A: หากคู่บ่าวสาวไม่ได้กำหนดไว้เป็นพิเศษ การหลีกเลี่ยงสีขาว ไอวอรี หรือสีที่ใกล้กับชุดเจ้าสาวช่วยลดความสับสนในภาพและเป็นแนวทางที่ใช้กันทั่วไป แต่หากธีมงานกำหนดให้ครอบครัวหรือแขกใช้สีดังกล่าว ควรยึดตาม Dress Code ของคู่บ่าวสาวเป็นหลัก
ชุดที่เหมาะคือชุดที่เข้ากับงานและเข้ากับคนใส่
ชุดแม่เจ้าสาวและแม่เจ้าบ่าวไม่จำเป็นต้องเลือกจากสูตรเดียวกัน สิ่งที่ควรเชื่อมโยงกันคือระดับความเป็นทางการ Palette ของงาน และภาพครอบครัวโดยรวม ส่วนทรงชุด สี และรายละเอียดสามารถเลือกให้เข้ากับบุคลิกและความสบายของคุณแม่แต่ละคนได้ เมื่อสามส่วนนี้สมดุลกัน ชุดจะดูเหมาะกับวันสำคัญโดยไม่ทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกว่าต้องแต่งเป็นคนอื่น
Tel : 094-694-6462
Email : TangoWoodsStudio@gmail.com
Facebook : Tango Woods Studio
Instagram : Tango Woods Studio







